TEI ร่วมกับ HRDI จัดกระบวนการศึกษาดูงานเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนห้วยโก๋นลดเผา ร่วมแก้ปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน

10-12 มิถุนายน 2569 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ภายใต้การดำเนินงานโครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ไทย–ลาว–เมียนมา เพื่อขับเคลื่อนการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ร่วมกับสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. จัดกิจกรรมศึกษาดูงานด้านเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาศักยภาพผู้นำชุมชนห้วยโก๋น อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ภายใต้แนวทางการส่งเสริมอาชีพและการเพาะปลูกพืชทางเลือกเพื่อลดการเผาในพื้นที่ โดยมีเกษตรกรจากตำบลห้วยโก๋น จำนวน 30 คน จาก 3 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านปางหก บ้านสบปืน และบ้านห้วยดง เข้าร่วมศึกษาดูงาน ณ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง จังหวัดน่าน

การศึกษาดูงานครั้งนี้ มุ่งเน้นการเรียนรู้รูปแบบการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การสร้างอาชีพทางเลือก และการเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตร เพื่อลดการเผาในพื้นที่เกษตร โดยผู้เข้าร่วมได้ศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากพื้นที่ต้นแบบของโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงในจังหวัดน่าน ได้แก่ การปลูกเสาวรส ซึ่งเป็นพืชทางเลือกระยะสั้นที่เหมาะสมต่อการปรับระบบการผลิตบนพื้นที่สูง สามารถบริหารจัดการแปลงโดยไม่ต้องใช้การเผาเตรียมพื้นที่ รวมทั้งเรียนรู้การพัฒนาพื้นที่เพื่อปลูกพืชผสมผสานที่ให้ผลผลิตหมุนเวียนและลดการเผาได้ เช่น อโวคาโด และกาแฟ ณ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงปางยาง อำเภอปัว เรียนรู้การปรับระบบการเกษตรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและลดการเผาโดยส่งเสริมการปลูกผักในโรงเรือนเช่น แตงกวาญี่ปุ่น มะเขือเทศ ซึ่งใช้พื้นที่น้อย แต่ได้ผลตอบแทนสูง ทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ณ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงน้ำแป่ง อำเภอท่าวังผา เรียนรู้การปลูกกาแฟ การบริหารจัดการกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาการปลูกและผลิตกาแฟบ้านห้วยโทน และกระบวนการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต ณ โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวงบ่อเกลือ อำเภอบ่อเกลือ

กิจกรรมดังกล่าวมุ่งส่งเสริมการพัฒนาอาชีพที่สอดคล้องกับบริบทพื้นที่สูง ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยนำองค์ความรู้จากพื้นที่ต้นแบบมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาชุมชน สร้างรายได้จากพืชทางเลือก ลดการใช้ไฟในการเตรียมพื้นที่เกษตร ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่ชายแดน โดยความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพของผู้นำชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่สูงในการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาหมอกควันข้ามแดนในระดับพื้นที่ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องในระยะยาว