และนี่คือ 4 ความเสี่ยงที่ต้องระวัง
- ร่างกายระบายความร้อนได้ลดลง ทำให้มีโอกาสเกิดโรคลมแดด(Heat Stroke) หรือปัญหาสุขภาพจากความร้อนง่ายกว่าคนวัยอื่น
- โรคประจำตัวรุมเร้า อาจมีอาการรุนแรงขึ้นเมื่อเผชิญกับอากาศร้อนหรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- เคลื่อนไหวลำบาก ทำให้การอพยพหรือการช่วยเหลือตัวเองในช่วงเกิดภัยพิบัติทำได้ยาก โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่ที่เข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ยาก
- ผู้สูงวัยต้องทนร้อนจนเจ็บป่วย เมื่ออาศัยในบ้านที่ระบายอากาศไม่สะดวก ร้อนอบอ้าว เข้าไม่ถึงความเย็น นำไปสู่อัตราการเจ็บป่วยและเสียชีวิตจากความร้อนสะสม (Heat Stress) ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างเงียบเชียบ
เมื่อโลกเผชิญกับ Climate Change สภาพอากาศที่ร้อนจัดและแปรปรวนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนมากขึ้น โดยเฉพาะ ผู้สูงวัย ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเปราะบางและต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (TEI) ชี้ว่า การรับมือสังคมผู้สูงวัยในยุค Climate Change ต้องขยับจากการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สู่การวางระบบตามแนวทาง “ปรับเพื่ออยู่ รู้เพื่อรอด” สอดคล้องกับแผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (NAP)
ด้านการตั้งถิ่นฐานฯ (บ้านปลอดภัย)
- ติดฉนวนกันความร้อน เพื่อให้บ้านเย็น สบาย
- ทำทางลาดเผื่อการอพยพ
ด้านสาธารณสุข (ระบบห่วงใย)
- มี "พิกัดบ้านผู้สูงอายุ" ที่ชัดเจน เพื่อให้ความช่วยเหลือพุ่งเป้าได้ทันทีเมื่อเกิดวิกฤต
- ระบบเตือนภัยเสียงตายสาย อาสาสมัครเคาะประตูบ้าน สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ลำพัง
TEI ขอสนับสนุนการสื่อสารเพื่อการปรับตัว (Climate Adaptation) เพื่อประโยชน์สาธารณะ พร้อม "ออกแบบโครงสร้างสังคม" ที่ปกป้องผู้สูงอายุให้ปลอดภัยได้..โดยไม่ทิ้งใครไว้ให้เผชิญความร้อนร้ายและภัยพิบัติเพียงลำพัง เพราะนี่ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็น "ทางรอด" ปรับ เปลี่ยน ปลอด ไปด้วยกัน
Share: