TEI ผนึกกำลังร่วมกับจังหวัดพะเยา จัดประชุมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ขับเคลื่อนพื้นที่ปฏิบัติการจังหวัดพะเยา เมืองคู่ขนานลดเผา เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (In Thai)

5 มิถุนายน 2569 สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย หรือ TEI ภายใต้โครงการพัฒนาความร่วมมือเมืองคู่ขนาน ไทย–ลาว–เมียนมา เพื่อขับเคลื่อนการจัดการและลดมลพิษหมอกควันข้ามแดน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) ร่วมกับจังหวัดพะเยา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง จัดการประชุมความร่วมมือและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้พื้นที่ปฏิบัติการจังหวัดพะเยา เมืองคู่ขนานชายแดน ร่วมแก้ปัญหามลพิษหมอกควันข้ามแดน ณ ศาลาประชาคมจังหวัดพะเยา เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดประสบการณ์ และขยายผลแนวปฏิบัติที่ดีด้านการลดการเผาและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนให้แก่ภาคีเครือข่ายในพื้นที่จังหวัดพะเยา ได้รับเกียรติจาก นายสมศักดิ์ แก้วเสนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน กลุ่มเกษตรกรต้นแบบ และภาคีเครือข่ายจากหลายภาคส่วน รวมกว่า 350 คน เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก

การถ่ายทอดองค์ความรู้มุ่งเน้นการสร้างความตระหนักและเสริมศักยภาพให้แก่ผู้นำและภาคีเครือข่ายในการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควันอย่างเป็นระบบ โดยมีหัวข้อสำคัญ ได้แก่ •การปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง ตามแนวพระราชดำริ •การจัดการป่าและการใช้ประโยชน์จากใบไม้เพื่อลดการเผา •แนวปฏิบัติที่ดีด้านการจัดการพื้นที่สูงและการลดการเผาเพื่อบรรเทาปัญหาหมอกควันข้ามแดน •การจัดการป่าชุมชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อสุขภาวะของชุมชน •โมเดลความร่วมมือ 4 อำเภอชายแดนในการขับเคลื่อนการจัดการหมอกควันข้ามแดน •การใช้เห็ดไมคอร์ไรซาเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศป่าไม้และเกษตรกรรม ลดความเสี่ยงการเกิดไฟป่า และสร้างแรงจูงใจทางเศรษฐกิจให้ชุมชนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติหนึ่งในองค์ความรู้ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก คือ การส่งเสริมการใช้เห็ดไมคอร์ไรซา ซึ่งเป็นเชื้อราที่อาศัยอยู่ร่วมกับรากพืชและช่วยเสริมการเจริญเติบโตของต้นไม้ เพิ่มความสมบูรณ์ของระบบนิเวศ และฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มผลผลิตเห็ดป่าเพื่อเป็นแหล่งอาหารและรายได้ของชุมชน อันเป็นการสร้างแรงจูงใจให้เกิดการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ลดการเผา และสนับสนุนการจัดการเชื้อเพลิงในพื้นที่อย่างยั่งยืนในระยะยาว

การดำเนินงานครั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน อาทิ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพะเยา (ทสจ.พะเยา) สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) อุทยานแห่งชาติแม่ปืน สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมถึงภาคีเครือข่ายความร่วมมือกลไกเมืองคู่ขนานชายแดนจากจังหวัดเชียงราย ที่ร่วมกันสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์ความรู้และการปฏิบัติในพื้นที่ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนถึงพลังของทุกภาคส่วนในการร่วมกันปกป้องสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก พร้อมมุ่งสู่การสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งในการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และมลพิษข้ามแดนของจังหวัดพะเยาและพื้นที่ภาคเหนือ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนต่อไปในอนาคต